“ปราสาทนครวัด” ที่ยังคงความสวยงามไม่เสื่อมคลาย

angkor wat

angkor wat

หากใครเคยไปท่องเที่ยวประเทศกัมพูชาจะต้องไม่พลาดชมความงดงามของปราสาทนครวัด 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเสียมราฐ (เสียมเรียบ) โดยมีประวัติความเป็นมาว่าถูกสร้างขึ้นมาในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-17 เพื่อใช้เป็นศาสนสถานประจำของพระองค์ ตามความเชื่อที่ว่ากษัตริย์คือเทพเจ้า จึงต้องมีปราสาทไว้สำหรับให้วิญญาณได้ประทับเมื่อสวรรคตไปแล้ว โดยในช่วงแรกนครวัดถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไวษณ เพนิกาย แต่พอมาในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้เปลี่ยนมาเป็นวัดในศาสนาพุทธนิกายมหายานนับจากนั้นเป็นต้นมา

ปัจจุบันปราสาทนครวัดถือว่าเป็นสิ่งก่อสร้างเชิงสัญลักษณ์ของประเทศกัมพูชา รวมทั้งยังได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกในนามของ “เมืองพระนคร”

ปราสาทนครวัดมีพื้นที่ขนาดใหญ่มากถึง 200,000 ตารางเมตรถือได้ว่าเป็นเมืองอีกเมืองหนึ่งเลยทีเดียว ตัวปราสาทมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 60 เมตร ความยาว 100 เมตร และความกว้าง 80 เมตร ตัวปราสาทมีด้วยกันถึง 5 หลังตั้งอยู่บนฐานสูงที่สุดให้เป็นไปตามคติของฮินดูหรือความหมายที่ว่าศูนย์กลางจักรวาลนั่นเอง ส่วนด้านนอกมีกำแพงยาวด้านละ 1.5 กิโลเมตร ล้อมรอบด้วยคูน้ำตามแบบมหาสมุทรบนสวรรค์ ที่เชื่อกันว่าจะล้อมรอบเข้าพระสุเมรุ ในการก่อสร้างนั้น ได้มีการใช้หินทั้งหมด 600,000 ลูกบาศก์เมตร และแรงงานช้างประมาณ 40,000 เชือก ยังไม่ได้นับรวมกลุ่มแรงงานนับแสนชีวิต ในการขนหินและต้องชักลากหินมาจากเขาพนมกุเลน ซึ่งมีระยะทางห่างออกไปอีกว่า 50 กิโลเมตร เพื่อนำมาใช้ในการก่อสร้างปราสาท ภายในมีเสาถึง 1,800 ตัน แต่ละต้นมีน้ำหนักกว่า 10 ตัน เบ็ดเสร็จแล้วกว่าจะก่อสร้างเสร็จใช้ระยะเวลาร่วม 100 ปี

ส่วนทางด้านนอกของตัวปราสาทจะประกอบไปด้วยกำแพงยาวกว่า 800 เมตร ล้วนแล้วแต่แกะสลักเรื่องราวเกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 รวมทั้งเรื่องราววรรณคดีเรื่อง รามายณะ ซึ่งรูปแกะสลักที่สร้างชื่อเสียงมากที่สุด ก็คือรูปเทวดากับอสูรกวนเกษียรสมุทรด้วยเขาพระสุเมรุ (จุดประสงค์เพื่อผลิตน้ำอมฤต ใช้เวลาถึง 1,000 ปี น้ำอมฤตที่ว่านี้มีฤทธิ์ทำให้ผู้ดื่มกินสามารถเป็นอมตะ) และยังมีรูปแกะสลักนางอัปสรที่มีทั้งสิ้น 1,635 นาง โดยนางทั้งหมดมีการแต่งกายและทรงผมไม่ซ้ำกันเลยนับว่าเป็นความอัศจรรย์มาก

ถึงแม้ว่าอาณาจักรขอมจะล่มสลายและเกิดเหตุการณ์ทางด้านการเมืองต่างๆ ภายในเขมรขึ้นมากมาย แต่ก็ไม่เคยมีเหตุการณ์ใดที่จะไปกระทบหรือทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของปราสาทนครวัดเสื่อมคลายลงได้เลย ไม่เพียงเท่านั้นปราสาทนครวัดยังเปรียบเสมือนศูนย์กลางทางศาสนาที่รุ่งเรืองมาตั้งแต่ครั้งอดีตยังหลงเหลือมาให้เห็นจนถึงทุกวันนี้